คลอดเสร็จหนังท้องหย่อน



 
ท้องลาย ท้องหนา ท้องห้อย...ศึกหนักหลังคลอดที่คุณแม่ต้องเจอ

เกิดมาเป็นผู้หญิง ส่วนหนึ่งที่เราภูมิใจในตัวเองก็คือทรวดทรงองค์เอวนี่แหละครับ

ผู้หญิงที่รูปร่างดี ๆ มักจะมีหน้าท้องแบนราบ ผิวเรียบเนียน ยืนส่องกระจกทีไรก็อดอมยิ้มไม่ได้

"นางแบบในทีวียังหุ่นสู้เราไม่ได้เลยนะเนี่ย..."

จากนั้นไม่นานก็มักจะมีอีกคนมายืนดูหน้ากระจกด้วยกัน

เป็นคนที่คอยบอกว่า

"หุ่นแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว"

ชีวิตอยู่กันสองคนก็มีความสุขดี

จนวันหนึ่ง...

มีสมาชิกตัวจิ๋วเข้ามาอยู่ในท้อง

ตอนแรกก็ดีใจกันยกใหญ่

ดีใจที่ความรักของเรางอกเงยเป็นชีวิตใหม่

ท้องก็โตขึ้นเรื่อย ๆ

ลูกก็โตขึ้นทุกวัน

ทุกอย่างดูสวยงามไปหมด

แต่แล้ววันหนึ่ง...

คุณแม่มายืนหน้ากระจกบานเดิม

แล้วก็เริ่มรู้สึกว่า

"เอ๊ะ...หน้าท้องฉันหายไปไหน?"

หน้าท้องที่เคยเรียบตึง

ตอนนี้เริ่มมีรอยแตกลาย

เริ่มมีชั้นไขมัน

เริ่มมีหนังหน้าท้องย้วย ๆ

จนบางคนถึงกับคิดในใจว่า

"นี่ฉันยังเป็นคนเดิมอยู่หรือเปล่า"

เห็นแล้วก็อดกลุ้มใจแทนไม่ได้ครับ

แต่ข่าวดีก็คือ...

ปัญหาหน้าท้องหลังคลอดส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้

ถ้าเราเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของมัน

เรื่องของหน้าท้องหลังคลอด ถ้าจะแบ่งง่าย ๆ ก็มีอยู่ 3 เรื่อง

- ท้องลาย
- ท้องหนา
- ท้องห้อย

บางคนเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง

บางคนเป็นแบบ 3 in 1 ครบชุด

เรามาดูทีละเรื่องกันครับ

ท้องลาย

รอยแตกลาย หรือ Stretch Marks เป็นเรื่องธรรมดามากของการตั้งครรภ์

คุณแม่ประมาณครึ่งหนึ่งไปจนถึงเกือบ 90% จะมีรอยแตกลายเกิดขึ้นในระดับใดระดับหนึ่ง

สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครดูแลผิวดีกว่ากัน

แต่อยู่ที่

- พันธุกรรม
- อายุ
- การเพิ่มน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์
- ขนาดครรภ์
- ผิวหนังของแต่ละคน

บางคนท้องลูกคนเดียวก็ลาย

บางคนท้องแฝดกลับไม่ลายเลย

เรื่องนี้มีบุญเก่าเกี่ยวข้องอยู่พอสมควรครับ

รอยแตกลายมักเริ่มเห็นชัดในช่วงไตรมาสที่สาม โดยเฉพาะหลัง 28 สัปดาห์

แรก ๆ จะเป็นสีแดงหรือม่วง

หลังคลอดจะค่อย ๆ จางลงเป็นสีเงินหรือสีขาว

แต่ต้องบอกกันตรง ๆ ว่า

"มันจางได้ แต่ไม่หายสนิท"

เพราะรอยแตกลายเกิดขึ้นในชั้นผิวหนังลึก ไม่ใช่แค่สีผิวด้านนอก

หลายคนถามว่าทาครีมช่วยไหม

คำตอบคือ

ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น

ช่วยลดอาการคัน

ช่วยให้รู้สึกสบายผิว

แต่ปัจจุบันยังไม่มีครีมชนิดใดที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่าสามารถป้องกันรอยแตกลายได้ 100%

ดังนั้นถ้าทาครีมราคา 200 บาทแล้วไม่ลาย

ก็ไม่ได้แปลว่าครีมนั้นวิเศษ

และถ้าทาครีมกระปุกละ 3,000 บาทแล้วลาย

ก็ไม่ได้แปลว่าครีมไม่ดี

เรื่องนี้ผิวของแต่ละคนมีส่วนสำคัญมากกว่าครับ

สิ่งที่ช่วยได้จริงที่สุดคือ

- ควบคุมน้ำหนักให้ขึ้นตามเกณฑ์
- รับประทานอาหารสมดุล
- ดื่มน้ำเพียงพอ
- ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น

ส่วนการเกาหน้าท้องไม่ได้ทำให้เกิดรอยแตกลาย

แต่การเกาแรง ๆ อาจทำให้ผิวอักเสบ เกิดแผล หรือรอยดำตามมาได้

ดังนั้นคันก็เกาได้ครับ

แต่อย่าเกาเหมือนกำลังขุดหาสมบัติอยู่ในหน้าท้องก็พอ

---

ท้องหนา

ปัญหานี้พบได้บ่อยมาก

ก่อนตั้งครรภ์หน้าท้องแบนราบ

หลังคลอดกลับกลายเป็นหมูสามชั้น

ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะมดลูกยังไม่ยุบ

แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะไขมันสะสมที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์

คุณแม่หลายคนพอรู้ว่าท้อง

ก็เริ่มเข้าสู่โหมด

"กินเผื่อลูก"

ลูกยังตัวเท่าเม็ดถั่วเขียว

แต่แม่กินเหมือนกำลังเลี้ยงนักรักบี้ทีมชาติ

สุดท้ายลูกยังไม่ทันโต

พุงแม่มาก่อนแล้ว

จริง ๆ แล้วในไตรมาสแรก ร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นน้อยมาก

ไม่ได้จำเป็นต้องกินเพิ่มเป็นสองเท่าของคนปกติ

สิ่งสำคัญคือคุณภาพของอาหาร

ลูกต้องการ

- โปรตีน
- คาร์โบไฮเดรต
- ไขมันดี
- วิตามิน
- แร่ธาตุ

ครบทุกหมู่

ไม่ใช่โปรตีนอย่างเดียว

ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องกว่า

ไม่ใช่

"กินโปรตีนลงลูก กินแป้งลงแม่"

แต่ควรเป็น

"ลูกต้องการอาหารครบทุกหมู่ แต่พลังงานส่วนเกินจะสะสมอยู่ที่แม่"

นั่นเองครับ

---

สะดือที่เปลี่ยนไป

เมื่อมดลูกโตขึ้น

ผิวหนังรอบสะดือจะถูกยืดขยายมากที่สุด

สะดือที่เคยลึกอาจตื้นขึ้น

บางคนสะดือปลิ้นออกมาเป็นจุกเล็ก ๆ

โดยเฉพาะเวลาหัวเราะ ไอ หรือจาม

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย

และมักกลับเข้าที่ได้เองหลังคลอด

คุณแม่บางคนมีอาการเจ็บรอบสะดือ

อาการนี้มักเกิดจากการยืดขยายของผนังหน้าท้องและกล้ามเนื้อ

ไม่ได้เกิดจากลูกดิ้นชนสะดือ

และไม่ได้เป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์

---

ท้องห้อย

ปัญหานี้สร้างความทุกข์ใจมากที่สุด

เพราะแม้น้ำหนักจะลดแล้ว

แต่หน้าท้องยังไม่ยอมยุบ

สาเหตุสำคัญมีอยู่ 2 อย่าง

อย่างแรกคือ

ผิวหนังที่ถูกยืดขยายเป็นเวลานาน

อย่างที่สองคือ

กล้ามเนื้อหน้าท้องแยกออกจากกันระหว่างตั้งครรภ์

ภาวะนี้เรียกว่า Diastasis Recti

ซึ่งพบได้บ่อยมากหลังคลอด

ต่อให้น้ำหนักลดแล้ว

หน้าท้องก็ยังดูป่องออกมาได้

หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าตัวเองยังอ้วน

ทั้งที่จริงเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อหน้าท้อง

---

จะเอาท้องสวยกลับคืนมาได้อย่างไร

หลักการง่าย ๆ มี 3 ข้อ

1. ใช้ของเก่าให้หมด

ไขมันที่สะสมมาตลอดการตั้งครรภ์

ต้องถูกนำมาใช้

การให้นมแม่ช่วยเพิ่มการใช้พลังงานได้วันละประมาณ 450-500 กิโลแคลอรี

จึงช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้ระดับหนึ่ง

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะผอมลงอัตโนมัติ

เพราะยังขึ้นอยู่กับอาหารและการออกกำลังกายด้วย

2. อย่าโปะเพิ่ม

หลังคลอดหลายคนหิวเป็นพิเศษ

กินอะไรก็อร่อยไปหมด

แต่ต้องจำไว้ว่า

ความหิวหลังคลอดไม่ใช่ใบอนุญาตให้กินบุฟเฟต์วันละ 4 รอบ

กินดีได้

แต่ไม่จำเป็นต้องกินเยอะ

3. เสริมกล้ามท้อง

อันนี้สำคัญที่สุด

อย่าเพิ่งรีบซิตอัปเป็นร้อยครั้งตั้งแต่หลังคลอดใหม่ ๆ

โดยเฉพาะคนที่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก

ควรเริ่มจาก

- การบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
- การบริหารอุ้งเชิงกราน
- การเดิน
- การออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป

แล้วจึงเพิ่มระดับความหนักภายหลัง

กล้ามเนื้อหน้าท้องก็จะค่อย ๆ กลับมาแข็งแรง

หน้าท้องก็จะค่อย ๆ แบนลง

---

สุดท้ายนี้...

หน้าท้องหลังคลอดไม่ได้เป็นหลักฐานว่าคุณไม่สวย

แต่มันเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งร่างกายของคุณเคยสร้างชีวิตขึ้นมาคนหนึ่ง

แต่ถ้าถามว่าสามารถกลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมได้ไหม

คำตอบคือ

ได้ครับ

ไม่ใช่ด้วยครีมวิเศษ

ไม่ใช่ด้วยเข็มขัดรัดพุง

ไม่ใช่ด้วยการอธิษฐานหน้ากระจก

แต่ด้วย

ความรู้ที่ถูกต้อง

วินัย

และเวลา

เท่านั้นเองครับ



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม