แพ้ท้อง...เป็นเรื่องธรรมชาติ
แพ้ท้อง...เรื่องธรรมชาติ
เพิ่งจะดีใจเมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้ไม่นาน... คุณแม่ก็ต้องมาเจอกับมรสุมด่านแรกของการตั้งครรภ์เสียแล้ว
นั่นก็คือ...
"การแพ้ท้อง"
เกิดมาเป็นหมอสูติอย่างผม เจอคุณแม่แพ้ท้องมานับไม่ถ้วน
บางคนเจอกันครั้งแรกตอนท้องอ่อน ๆ ยังสวยใสปิ๊งเชียว
อีกสองสัปดาห์ต่อมา...
โอ้โห!
นึกว่าคนละคน
ผมยุ่งกระเซิง หน้าซีด ตาลึก เดินถือถุงอาเจียนมาด้วย
บางคนต้องมาให้น้ำเกลือหลายรอบ
แต่พอพ้นสามเดือนแรกไปได้เท่านั้นแหละ
กลับมาสวยปิ๊งเหมือนเดิม
แถมยังบอกว่า
"หมอคะ ตอนนี้กินอร่อยไปหมดเลยค่ะ"
แล้วก็กินล้างแค้นเสียจนตอนคลอดน้ำหนักขึ้นไปเกือบยี่สิบกิโล...
ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละครับ
ตอนแพ้ก็ทรมานแทบแย่
พอหายแพ้ก็กินจนลืมตัว
ทำไมคนเราถึงต้องแพ้ท้องด้วย?
คำถามนี้มีคนถามผมมาทั้งชีวิต
แต่เอาเข้าจริง...
วงการแพทย์เพิ่งเริ่มเข้าใจคำตอบชัดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้เอง
สมัยก่อนเราคิดกันว่าเป็นเรื่องของฮอร์โมนการตั้งครรภ์อย่างเดียว
ปัจจุบันพบว่ามีสารตัวหนึ่งชื่อ GDF15 ซึ่งสร้างจากรกและทารกในครรภ์
สารตัวนี้ส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนที่ควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
ยิ่งระดับสูง คุณแม่บางคนก็ยิ่งมีอาการมาก
จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณแม่ตั้งครรภ์แฝด หรือคุณแม่ที่เป็นไข่ปลาอุก มักมีอาการแพ้ท้องรุนแรงกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม
แม้เราจะรู้จัก GDF15 มากขึ้น
แต่ก็ยังไม่มีคำอธิบายที่สมบูรณ์ว่าทำไมบางคนแทบไม่แพ้เลย ขณะที่บางคนแพ้จนต้องนอนโรงพยาบาล
เรื่องนี้ยังเป็นหัวข้อวิจัยสำคัญของโลกอยู่ในปัจจุบัน
คนท้องทุกคนต้องแพ้ท้องไหม?
ไม่จำเป็นครับ
หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 70-80% จะมีอาการคลื่นไส้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของการตั้งครรภ์
ประมาณครึ่งหนึ่งจะมีอาเจียนร่วมด้วย
ส่วนอีกประมาณ 20-30% อาจแทบไม่มีอาการเลย
ดังนั้น
ถ้าคุณแม่ไม่แพ้ท้อง ก็ไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดปกติ
และถ้าคุณแม่แพ้มาก ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะต้องแข็งแรงกว่าคนอื่นเสมอไป
แต่จากการศึกษาขนาดใหญ่พบว่า โดยภาพรวมแล้ว คนที่มีอาการแพ้ท้องมีโอกาสแท้งน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่มีอาการ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางสถิติ
ไม่สามารถใช้ทำนายผลการตั้งครรภ์ของแต่ละคนได้
เริ่มที่ 6 สัปดาห์...
หนักที่ 9 สัปดาห์...
หายที่ 14 สัปดาห์...
สูตรนี้ยังใช้ได้อยู่ครับ
โดยทั่วไปอาการจะเริ่มหลังประจำเดือนขาดประมาณ 2 สัปดาห์
ค่อย ๆ มากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 8-10
แล้วดีขึ้นในช่วง 14-16 สัปดาห์
คุณแม่ส่วนใหญ่เมื่อผ่านไตรมาสแรกไปได้
ก็จะรู้สึกเหมือนฟ้าหลังฝน
กลับมากินได้
นอนได้
ใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง
แพ้ท้อง...รักษาได้ด้วยกาลเวลา
อันนี้ยังเป็นความจริงที่สุด
เพราะต่อให้มียาดีแค่ไหน
สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือ
"เวลา"
เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ระดับฮอร์โมนเริ่มคงที่
ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว
อาการก็มักจะดีขึ้นเอง
ดังนั้นในช่วงที่กำลังทรมาน
ขอให้จำไว้ว่า
อาการนี้ส่วนใหญ่มีวันสิ้นสุด
ไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดการตั้งครรภ์
กินอะไรดีตอนแพ้ท้อง?
คำตอบสั้น ๆ คือ
กินอะไรก็ได้ที่กินแล้วไม่อาเจียน
อย่าไปซีเรียสว่าจะต้องเป็นอาหารสุขภาพสมบูรณ์แบบ
ในช่วงนี้เป้าหมายสำคัญที่สุดคือ
ให้คุณแม่ได้รับน้ำและพลังงานเพียงพอ
อาหารที่มักกินได้ดี ได้แก่
ขนมปังปิ้ง
แครกเกอร์
ข้าวต้ม
ผลไม้
โยเกิร์ต
อาหารรสไม่จัด
อาหารที่ไม่มีกลิ่นแรง
บางคนชอบของอุ่น
บางคนชอบของเย็น
บางคนกินไอศกรีมแล้วสบายท้องขึ้น
ก็ถือว่าใช้ได้ครับ
ขอเพียงอย่ากินอย่างเดียวจนกลายเป็นอาหารหลักก็พอ
ตัวช่วยง่าย ๆ ที่มีงานวิจัยรองรับ
วิตามิน B6
ขิง
การกินมื้อเล็กแต่บ่อย
การหลีกเลี่ยงกลิ่นที่กระตุ้นอาการ
และการพักผ่อนให้เพียงพอ
หลายคนรู้สึกดีขึ้นจากวิธีง่าย ๆ เหล่านี้โดยไม่ต้องใช้ยาเลย
ไม่ไหวแล้ว...เมื่อไหร่ควรมาหาหมอ?
หากมีอาการดังต่อไปนี้
อาเจียนทุกอย่างที่กินเข้าไป
ดื่มน้ำไม่ได้เกิน 24 ชั่วโมง
ปัสสาวะน้อยลงมาก
น้ำหนักลดชัดเจน
เวียนศีรษะจนเดินไม่ไหว
ใจสั่น อ่อนเพลียมาก
ควรรีบพบแพทย์
เพราะอาจเป็นภาวะแพ้ท้องรุนแรง หรือ Hyperemesis Gravidarum
ซึ่งอาจต้องให้น้ำเกลือ ยาแก้อาเจียน และติดตามอย่างใกล้ชิด
ไม่ได้กินอะไรเลย...
แล้วลูกจะโตหรือเปล่า?
นี่เป็นคำถามที่คุณแม่ถามบ่อยที่สุด
ข่าวดีก็คือ
ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ทารกยังมีความต้องการพลังงานไม่มากนัก
ร่างกายของแม่ยังมีสารอาหารสะสม และระบบต่าง ๆ ที่ช่วยส่งผ่านสารอาหารไปยังลูกได้อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นคุณแม่ที่แพ้ท้องในช่วงแรกส่วนใหญ่ยังสามารถมีลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้ตัวเองอดอาหารหรือขาดน้ำ
เมื่อกินได้ก็ควรกิน
เมื่อดื่มได้ก็ควรดื่ม
ทีละน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย
สุดท้ายนี้...
แพ้ท้องเป็นเรื่องธรรมชาติ
เป็นอาการที่เกิดขึ้นจริง
ไม่ใช่การแกล้ง ไม่ใช่การอ่อนแอ และไม่ใช่เรื่องที่คุณแม่ควบคุมได้
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ยา
แต่เป็นความเข้าใจจากคนรอบข้าง
โดยเฉพาะคุณพ่อ
เพราะบางครั้งกำลังใจดี ๆ หนึ่งคำ
อาจมีค่ามากกว่ายาเสียอีก
ท่องไว้ครับ
เริ่มที่ 6 สัปดาห์
หนักที่ 9 สัปดาห์
หายที่ 14 สัปดาห์
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
และเมื่อวันนั้นมาถึง...
คุณแม่ค่อยกลับมากินล้างแค้นก็ยังไม่สายครับ


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น