ตอนท้องนอนท่าไหนดี?
ท้องแล้วควรนอนท่าไหน...ถึงจะดีที่สุด?
คนเราไม่ว่าจะท้องหรือไม่ท้องก็ต้องนอนหลับพักผ่อนเหมือนกันทั้งนั้นครับ ตอนยังไม่ท้องจะนอนหงาย นอนตะแคง นอนคว่ำ จะนอนแผ่เป็นปลาดาวกลางเตียงก็ไม่มีใครว่า แต่พอท้องขึ้นมาปุ๊บ เรื่องนอนกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที
คนหนึ่งบอกให้นอนตะแคงซ้าย
อีกคนบอกตะแคงขวาก็ได้
บางคนบอกห้ามนอนหงายเด็ดขาด
บางคนบอกห้ามนอนคว่ำ ไม่งั้นลูกแบน
ฟังไปฟังมาชักจะงง จนบางคนคลอดลูกเสร็จแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่า สรุปแล้วตอนท้องควรนอนท่าไหนกันแน่
เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการนอนของคนท้องแบบเข้าใจง่ายๆ สนุกๆ และถูกต้องตามหลักวิชาการกันดีกว่า
ตอนท้อง...ทำไมนอนลำบากขึ้น?
ก่อนท้อง มดลูกของผู้หญิงมีขนาดประมาณลูกแพร์เล็กๆ หนักเพียงไม่กี่สิบกรัม ซ่อนตัวอยู่ในอุ้งเชิงกรานอย่างเรียบร้อย
แต่พอตั้งครรภ์ มดลูกก็เริ่มขยายตัววันแล้ววันเล่า
จากขนาดเท่าไข่ไก่
กลายเป็นเท่ากำปั้น
กลายเป็นเท่าส้มโอ
และเมื่อถึงใกล้คลอดก็สามารถขยายใหญ่จนเกือบเต็มช่องท้องได้
ลองนึกภาพว่าเอาลูกแตงโมลูกใหญ่ๆ มาผูกติดไว้หน้าท้องตลอด 24 ชั่วโมง จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็คงไม่คล่องตัวเหมือนเดิมแน่นอน
นอกจากนั้น ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ยังทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อต่างๆ คลายตัว เพื่อเตรียมร่างกายสำหรับการคลอดในอนาคต ผลก็คือคุณแม่หลายคนเริ่มมีอาการปวดหลัง ปวดสะโพก ปวดเชิงกราน หรือปวดเสียดท้องน้อยได้ง่ายกว่าปกติ
ท้องอ่อนๆ ควรนอนท่าไหน?
ข่าวดีคือ...
ช่วงไตรมาสแรกนั้น คุณแม่สามารถนอนได้แทบทุกท่าที่รู้สึกสบาย
นอนหงายก็ได้
นอนตะแคงก็ได้
แม้แต่นอนคว่ำก็ยังได้ ถ้ายังรู้สึกสบายอยู่
เพราะในช่วงนี้มดลูกยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก และยังอยู่ในอุ้งเชิงกรานเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นถ้าใครเพิ่งตรวจเจอสองขีดแล้วเกิดความกังวลว่าเมื่อคืนเผลอนอนคว่ำไป ลูกจะเป็นอะไรไหม
ตอบได้เลยว่า...
ลูกยังสบายดีกว่าคุณแม่เสียอีกครับ
อาการเสียดท้องน้อยข้างๆ มาจากอะไร?
คุณแม่หลายคนพอเริ่มท้องได้สักพักก็จะมีอาการเสียดจี๊ดๆ ที่ท้องน้อยด้านซ้ายหรือด้านขวา
บางคนเจ็บตอนลุก
บางคนเจ็บตอนจาม
บางคนเจ็บตอนพลิกตัว
อาการนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากเอ็นที่ช่วยพยุงมดลูก หรือที่เรียกว่า Round Ligament ถูกดึงรั้งเมื่อมดลูกขยายตัว
ยิ่งขยับตัวเร็วเท่าไร เอ็นก็ยิ่งถูกดึงมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเวลาเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นนั่ง หรือจากนั่งเป็นนอน อย่าหักดิบแบบพระเอกหนังบู๊
ค่อยๆ พลิกตัวตะแคงก่อน แล้วใช้แขนช่วยพยุงตัวขึ้นมา
ท่านี้ดูคล้ายๆ นางเอกลิเกกำลังจะลุกจากตั่งทองคำ แต่ช่วยลดอาการเจ็บเอ็นได้ดีทีเดียว
ท้องมากขึ้น...เริ่มมีปัญหาใหม่
พออายุครรภ์มากขึ้น โดยเฉพาะหลัง 28 สัปดาห์ มดลูกจะโตจนกินพื้นที่เกือบทั้งช่องท้อง
ตอนนี้เรื่องที่เคยนอนสบายๆ เริ่มไม่สบายแล้ว
ลองนึกภาพเอาข้าวสารถุงใหญ่หลายกิโลมาวางบนท้องตอนนอนหงาย
อึดอัดไหมครับ?
มดลูกที่โตมากก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กัน
แต่ความอึดอัดยังไม่ใช่ปัญหาหลัก
ปัญหาที่สำคัญกว่าคือ เวลานอนหงาย มดลูกอาจไปกดทับหลอดเลือดดำใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง ทำให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้น้อยลง
คุณแม่บางคนจึงมีอาการ
หน้ามืด
เวียนศีรษะ
ใจสั่น
เหงื่อออก
หรือเป็นลมได้
เป็นเรื่องแปลกเหมือนกันนะครับ
ปกติคนเรายืนอยู่ถึงจะเป็นลม
แต่คนท้องบางคนกลับนอนอยู่ดีๆ แล้วเป็นลม พอลุกขึ้นกลับดีขึ้นเสียอย่างนั้น
แล้วควรนอนตะแคงซ้ายหรือตะแคงขวา?
คำตอบคือ...
นอนได้ทั้งสองข้างครับ
แม้ว่างานวิจัยหลายชิ้นจะพบว่าการนอนตะแคงซ้ายอาจช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปมดลูกและรกดีกว่าเล็กน้อย
แต่ความแตกต่างระหว่างตะแคงซ้ายกับตะแคงขวานั้นไม่ได้มากมายจนต้องซีเรียส
ดังนั้นถ้านอนตะแคงซ้ายแล้วสบาย ก็นอนซ้าย
ถ้านอนขวาแล้วหลับง่ายกว่า ก็นอนขวา
ขอเพียงหลีกเลี่ยงการนอนหงายเป็นเวลานานในช่วงท้องแก่ก็พอ
และไม่จำเป็นต้องฝืนนอนตะแคงซ้ายทั้งคืนจนหันหลังให้สามีตลอดเก้าเดือน
เดี๋ยวคลอดเสร็จแล้วจะจำหน้ากันไม่ได้
แล้วถ้าหลับไปแล้วเผลอนอนหงายล่ะ?
คุณแม่หลายคนตกใจมากเวลาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนหงายอยู่
จริงๆ แล้วไม่ต้องตกใจครับ
เวลาหลับ ร่างกายคนเราจะเปลี่ยนท่าเองหลายสิบครั้งต่อคืน
ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านอนหงายอยู่ ก็เพียงแค่พลิกกลับมาตะแคงตามสบาย
ไม่จำเป็นต้องรีบโทรหาหมอในตอนตีสาม
และไม่จำเป็นต้องปลุกสามีให้ช่วยพลิกตัวด้วย
หมอน...อุปกรณ์มหัศจรรย์ของคนท้อง
เมื่อท้องโตขึ้น หมอนจะกลายเป็นเพื่อนรักคนใหม่ของคุณแม่
หมอนหนึ่งใบรองใต้ท้อง
อีกใบคั่นระหว่างเข่า
อีกใบกอดไว้ด้านหน้า
บางคนใช้สามใบ
บางคนใช้ห้าใบ
บางคนใช้จนสามีนอนเหลือพื้นที่เท่าผ้าเช็ดตัว
แต่ก็ยอมครับ เพราะคุณแม่นอนสบายขึ้นจริง
การคั่นหมอนระหว่างเข่าจะช่วยลดแรงดึงที่สะโพกและหลังส่วนล่าง
ส่วนหมอนรองใต้ท้องจะช่วยพยุงน้ำหนักมดลูก ทำให้นอนตะแคงได้นานขึ้น
ทำไมมือกับเท้าถึงบวม?
ในระหว่างตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดในร่างกายจะเพิ่มขึ้นเกือบครึ่งหนึ่งของเดิม
ร่างกายจึงมีน้ำมากขึ้นตามไปด้วย
พอเดินนาน ยืนนาน หรือนั่งห้อยขานานๆ น้ำก็จะลงไปกองอยู่ที่ขาและเท้า
บางคนตื่นเช้ามาพบว่ามือบวม กำมือไม่ค่อยได้ แหวนคับไปหมด
โชคดีที่อาการเหล่านี้มักดีขึ้นหลังลุกเดินหรือขยับร่างกายสักพัก
ถ้าปวดข้อมือร่วมด้วย การประคบอุ่นหรือใส่เฝือกพยุงข้อมือขณะนอนก็ช่วยได้ไม่น้อย
แล้วลูกจะถูกทับไหม?
คำถามยอดฮิตอีกข้อหนึ่ง
ตอบสั้นๆ ว่า...
ไม่ครับ
ลูกไม่ได้นอนอยู่ใต้ผิวหนังหน้าท้องเหมือนของที่ใส่อยู่ในกระเป๋า
ลูกอยู่ภายในมดลูกที่แข็งแรง และล้อมรอบด้วยน้ำคร่ำซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนเบาะกันกระแทกชั้นดี
ดังนั้นการนอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวา หรือแม้แต่เผลอนอนหงายช่วงสั้นๆ จึงไม่ได้ไปกดทับลูกโดยตรง
ธรรมชาติเขาออกแบบมาให้ปลอดภัยกว่าที่เราคิดเยอะครับ
สรุปง่ายๆ
ไตรมาสแรก
นอนท่าไหนก็ได้ที่สบาย
ไตรมาสสอง
เริ่มฝึกนอนตะแคงได้ตามความถนัด
ไตรมาสสาม
ควรนอนตะแคงเป็นหลัก โดยเฉพาะตอนเริ่มหลับ
ใช้หมอนช่วยพยุงตัวตามความเหมาะสม
และถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านอนหงายอยู่ ก็แค่พลิกกลับมาตะแคงเท่านั้นเอง
สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า...
ตอนท้องนี่แหละครับเป็นช่วงเวลาที่สังคมยังอนุญาตให้คุณแม่นอนกลางวันได้โดยไม่มีใครบ่น
ง่วงก็นอน
เหนื่อยก็นอน
ขี้เกียจก็นอน
เพราะหลังคลอดไปแล้ว สถานการณ์จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ถึงตอนนั้นคุณแม่จะค้นพบความจริงอันยิ่งใหญ่ของชีวิตว่า...
การได้นอนต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงเต็มๆ นั้น เป็นความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้
และเป็นสิ่งที่หายากยิ่งกว่าทองคำเสียอีก
ฝันดีนะครับ...


แหล่งอ้างอิง
Williams Obstetrics, 26th Edition, Chapter: Maternal Physiology and Discomforts of Pregnancy
Creasy & Resnik's Maternal-Fetal Medicine, 9th Edition
ACOG Committee Opinion: Physical Activity and Pregnancy
ACOG Patient Guidance: Sleep Position During Pregnancy
RCOG Patient Information: Sleeping Position in Pregnancy
Silver RM et al. Maternal sleep practices and stillbirth research literature (AJOG)




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น