มดลูกต่ำ..มันเป็นยังไงนะ
มดลูกต่ำ...เรื่องใหญ่ที่ผู้หญิงไม่ค่อยอยากคุย
พอจะเขียนเรื่องมดลูกต่ำทีไร ผมก็อดนั่งอมยิ้มไม่ได้ทุกที
ทำไมนะ...เกิดมาเป็นผู้หญิงนี่มันช่างลำบากเหลือเกิน
เป็นหมอมาสามสิบกว่าปี ยังไม่เคยมีผู้ชายเดินเข้าห้องตรวจแล้วบอกว่า
"หมอครับ อัณฑะผมต่ำ"
หรือ
"หมอครับ ช่วยดูหน่อยว่าของผมห้อยเกินมาตรฐานหรือเปล่า"
ไม่เคยมีสักราย
แต่ผู้หญิงนี่สิครับ ของข้างในมีเรื่องให้ปวดหัวได้ตลอด ตั้งแต่ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้องน้อย ตกขาว เนื้องอก มะเร็ง ถุงน้ำรังไข่ ตั้งครรภ์ คลอดลูก จนกระทั่งมดลูกต่ำ
เขียนเรื่องผู้หญิงมาเกือบสิบปีแล้วก็ยังมีเรื่องให้เขียนไม่รู้จบ
วันนี้เลยจะคุยกันเรื่อง "มดลูกต่ำ" ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด
แต่ก่อนจะเริ่ม ผมต้องขอแก้ความเข้าใจอย่างหนึ่งก่อน
จริงๆแล้วสิ่งที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า "มดลูกต่ำ" นั้น ในทางการแพทย์หลายครั้งไม่ได้เป็นเฉพาะมดลูกอย่างเดียว แต่อาจเป็นการหย่อนของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานส่วนอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นผนังกระเพาะปัสสาวะ ผนังช่องคลอด หรือผนังลำไส้ตรง
แต่เพื่อให้เข้าใจง่าย เราก็ยังเรียกรวมๆว่ามดลูกต่ำเหมือนเดิมก็แล้วกันครับ
มดลูกต่ำก็คือภาวะที่โครงสร้างต่างๆที่ทำหน้าที่พยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกรานอ่อนแรงลง ทำให้มดลูกหรือผนังช่องคลอดเคลื่อนตัวต่ำลงกว่าตำแหน่งปกติ
ภายนอกดูไม่ออกหรอกครับว่าใครเป็นหรือไม่เป็น
ไม่มีใครเดินติดป้ายบอกหน้าผากว่าฉันมดลูกต่ำระดับสอง ฉันระดับสาม
หลายคนเป็นอยู่ทุกวันก็ยังไม่รู้ตัว
ปกติแล้วมดลูกจะอยู่ลึกเข้าไปในอุ้งเชิงกราน คล้ายบ้านหลังหนึ่งที่ถูกแขวนและพยุงเอาไว้ด้วยเส้นเอ็น พังผืด และกล้ามเนื้อหลายชั้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเปลญวนคอยรองรับอวัยวะทั้งหมดเอาไว้
ตอนสาวๆ ทุกอย่างก็ยังตึงดีอยู่ครับ
กล้ามเนื้อแข็งแรง
พังผืดแน่นหนา
เส้นเอ็นยังไม่ยืด
มดลูกก็อยู่ของมันดีๆ
แต่ปัญหาก็คือ ผู้หญิงไม่ได้มีชีวิตอยู่เฉยๆ
เดี๋ยวก็ต้องตั้งครรภ์
เดี๋ยวก็ต้องคลอดลูก
เดี๋ยวก็ต้องยกของ
เดี๋ยวก็ต้องไอ
เดี๋ยวก็ต้องจาม
เดี๋ยวก็ต้องเบ่งอุจจาระ
แรงดันในช่องท้องจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดชีวิต
โดยเฉพาะการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรทางช่องคลอด ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของมดลูกต่ำ
ระหว่างตั้งครรภ์ มดลูกที่เคยหนักไม่กี่สิบกรัมจะขยายใหญ่ขึ้นจนหนักเกือบหนึ่งกิโลกรัม ยังไม่นับรวมลูก รก และน้ำคร่ำที่ต้องแบกรับอีกหลายกิโล
กล้ามเนื้อและพังผืดต่างๆจึงถูกยืดออกตลอดเก้าเดือน
พอถึงเวลาคลอด ศีรษะเด็กซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าช่องทางคลอดมาก ก็ต้องเคลื่อนผ่านกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานออกมา
การคลอดส่วนใหญ่ผ่านไปได้ด้วยดี
แต่ในบางราย กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หรือพังผืดที่ทำหน้าที่พยุงอวัยวะเหล่านี้อาจได้รับบาดเจ็บหรืออ่อนแรงลง
ผลก็คือหลายปีต่อมา มดลูกหรือผนังช่องคลอดจึงค่อยๆหย่อนต่ำลงทีละน้อย
บางคนคลอดลูกตอนอายุยี่สิบกว่า
แต่มดลูกมาต่ำเอาตอนอายุหกสิบก็มี
นอกจากการคลอดแล้ว อายุที่มากขึ้นก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน
เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง เนื้อเยื่อและพังผืดต่างๆก็สูญเสียความแข็งแรงไปตามกาลเวลา
ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเกิดมดลูกต่ำก็ยิ่งมากขึ้น
เรียกว่าร่างกายเราแก่ขึ้นฉันใด โครงสร้างที่พยุงมดลูกก็แก่ตามไปฉันนั้น
ส่วนคนที่ต้องยกของหนักเป็นประจำ ไอเรื้อรัง ท้องผูกต้องเบ่งบ่อยๆ หรือมีน้ำหนักตัวมาก ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเป็นมดลูกต่ำ
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือความรู้สึก "ถ่วง"
หลายคนบอกว่าเหมือนมีลูกบอลเล็กๆอยู่ในช่องคลอด
บางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรจะหลุดออกมา
บางคนอาบน้ำแล้วคลำเจอก้อนนิ่มๆที่ปากช่องคลอดจนตกใจคิดว่าเป็นเนื้องอก
ในรายที่เป็นมาก เวลายืน เดิน หรือเบ่ง อาจเห็นก้อนโผล่ออกมาจากช่องคลอดได้จริงๆ
นอกจากนี้ยังอาจมีอาการทางปัสสาวะร่วมด้วย เช่น
ปัสสาวะบ่อย
ปัสสาวะไม่สุด
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
หรือไอจามแล้วปัสสาวะเล็ด
แต่ต้องเข้าใจว่าปัสสาวะเล็ดไม่ได้แปลว่ามดลูกต่ำเสมอไปนะครับ
บางคนมดลูกไม่ต่ำเลยก็ปัสสาวะเล็ดได้เหมือนกัน
ส่วนความรุนแรงของโรคนั้นมีหลายระดับ
เริ่มตั้งแต่หย่อนเล็กน้อยที่แทบไม่มีอาการ
ไปจนถึงระยะที่มดลูกหรือผนังช่องคลอดโผล่ออกมานอกช่องคลอดอย่างชัดเจน
ฟังดูน่ากลัวก็จริง
แต่ข่าวดีก็คือไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด
ถ้าเป็นไม่มาก การรักษาที่สำคัญที่สุดคือการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือที่เรียกกันว่า Kegel exercise
พูดง่ายๆก็คือการขมิบกล้ามเนื้อเหมือนตอนพยายามกลั้นปัสสาวะนั่นแหละครับ
ทำสม่ำเสมอทุกวัน
ทำให้ถูกวิธี
ทำต่อเนื่องเป็นเดือนๆ
อาการหลายอย่างสามารถดีขึ้นได้
แม้จะไม่ได้ทำให้ทุกคนกลับมาเหมือนอายุยี่สิบปีอีกครั้งก็ตาม
บางรายอาจใช้ห่วงพยุงช่องคลอด หรือ pessary ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยพยุงอวัยวะที่หย่อนเอาไว้โดยไม่ต้องผ่าตัด
ส่วนคนที่เป็นมาก มีอาการมาก หรือใช้ชีวิตลำบาก การผ่าตัดก็เป็นทางเลือกที่ได้ผลดี
ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดหลายแบบ ทั้งการซ่อมแซมผนังช่องคลอด การแขวนพยุงมดลูก หรือในบางรายอาจพิจารณาตัดมดลูกร่วมด้วย
วิธีไหนเหมาะที่สุดก็ขึ้นอยู่กับอายุ ความรุนแรงของโรค สุขภาพโดยรวม และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคน
ดังนั้นถ้ารู้สึกว่ามีก้อนโผล่ที่ช่องคลอด รู้สึกถ่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีปัญหาปัสสาวะผิดปกติ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนมีอายุ
ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัดก่อน
เพราะบางครั้งที่คนไข้คิดว่ามดลูกต่ำ
กลับไม่ใช่มดลูกต่ำ
และบางครั้งที่คิดว่าไม่เป็นอะไร
กลับหย่อนจนแทบจะออกมาเดินเล่นข้างนอกอยู่แล้วก็มี
สุดท้ายนี้ ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่า สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดหลังคลอดไม่ใช่การซื้อครีมราคาแพง ไม่ใช่การกินอาหารเสริมเป็นกำมือ
แต่คือการดูแลร่างกายของตัวเอง
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ควบคุมน้ำหนัก
รักษาอาการไอเรื้อรัง
หลีกเลี่ยงการเบ่งโดยไม่จำเป็น
และหมั่นบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอยู่เสมอ
เพราะถึงแม้จะไม่มีใครมองเห็นกล้ามเนื้อส่วนนี้
แต่มันคือฐานรากที่คอยรับน้ำหนักอวัยวะทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งเลยทีเดียว
แหล่งอ้างอิงหลัก


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น