ดูแลของหวงให้ถูกวิธี
ล้างจุ๋มจิ๋มอย่างไรให้ถูกวิธี
ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าทำไมเกิดมาเป็นผู้หญิงถึงได้มีเรื่องให้ดูแลเยอะแยะไปหมด ของสำคัญส่วนตัวก็แสนจะบอบบาง ดูแลไม่ดีเดี๋ยวคัน เดี๋ยวแสบ เดี๋ยวมีกลิ่น เดี๋ยวตกขาวผิดปกติ สุดท้ายก็ต้องไปนั่งแยกเข่าบนเตียงตรวจให้หมอสูติดูอีกจนได้
ส่วนผู้ชายนั้นหรือครับ ชีวิตดูง่ายกว่ากันเยอะ กันแดดกันฝน กันน้ำกันลม เจอฝุ่นเจอทรายก็ไม่ค่อยมีใครบ่นอะไร เข้าห้องน้ำเสร็จก็สะบัดสองทีเก็บเข้าที่ได้เลย ดูแล้วก็อดอิจฉาแทนสาว ๆ ไม่ได้เหมือนกัน
พอของสำคัญของผู้หญิงมันบอบบางแบบนี้ หลายคนก็เลยสงสัยว่า
ตกลงแล้วต้องดูแลทำความสะอาดกันอย่างไร?
ล้างด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวพอไหม?
ต้องใช้สบู่หรือเปล่า?
ต้องใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นไหม?
แล้วหลังมีเพศสัมพันธ์ต้องรีบล้างทันทีหรือไม่?
คำถามพวกนี้เจอกันแทบทุกวันในห้องตรวจเลยครับ
ช่องคลอด...อวัยวะที่ดูแลตัวเองเก่งกว่าที่คิด
ที่จริงแล้วธรรมชาติออกแบบช่องคลอดเอาไว้ฉลาดมากครับ
ภายในช่องคลอดมีแบคทีเรียประจำถิ่นที่ชื่อว่า "แลคโตบาซิลัส" อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าแบคทีเรียกลุ่มนี้เปรียบเสมือนยามเฝ้าหมู่บ้าน คอยรักษาความสมดุลภายในช่องคลอด และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นกรดอ่อน ๆ ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดเติบโตได้ยาก
เพราะฉะนั้นช่องคลอดจึงไม่ใช่อวัยวะที่ต้องเข้าไปขัดถูหรือทำความสะอาดภายในเหมือนการล้างห้องน้ำครับ
ตรงกันข้าม ยิ่งไปยุ่งมาก บางทีก็ยิ่งเสียสมดุล
ผู้หญิงหลายคนเข้าใจผิดว่าช่องคลอดต้องสะอาดจนไม่มีตกขาวเลย
ความจริงแล้วตกขาวใส ๆ สีขาวนวล ไม่มีกลิ่น ไม่คัน นั่นแหละครับคือสภาวะปกติ
เหมือนน้ำลายที่อยู่ในปาก
มีได้ ไม่ใช่โรค
แล้วเวลาว่ายน้ำ น้ำสกปรกจะเข้าไปในช่องคลอดไหม?
คำตอบคือ อาจเข้าไปได้บ้างครับ
แต่ไม่ใช่ว่าโดดลงสระปุ๊บ น้ำจะไหลทะลักเข้าไปเหมือนเปิดก๊อกน้ำ
เพราะบริเวณปากช่องคลอดมีแคมใหญ่ แคมเล็ก และผนังช่องคลอดที่แนบชิดกันอยู่ตามธรรมชาติ จึงช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมได้ในระดับหนึ่ง
ที่สำคัญกว่านั้นคือภายในช่องคลอดยังมีระบบป้องกันตัวเองอีกหลายชั้น
ดังนั้นการว่ายน้ำในสระมาตรฐานหรือทะเลทั่วไปจึงไม่ได้ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายอย่างที่หลายคนกังวล
แต่ถ้าว่ายน้ำเสร็จแล้วปล่อยให้ชุดว่ายน้ำเปียกชื้นติดตัวทั้งวัน อันนี้ต่างหากที่เชื้อรากับแบคทีเรียชอบมาก
ล้างอย่างไรถึงจะถูกต้อง
คำตอบสั้น ๆ คือ
ล้างเฉพาะภายนอก
ไม่ต้องล้างภายใน
ง่ายแค่นี้เองครับ
เวลาทำความสะอาดให้ใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณแคมใหญ่ แคมเล็ก และรอยพับต่าง ๆ อย่างอ่อนโยน
ไม่จำเป็นต้องขัดถูแรง ๆ จนแดง
ไม่ต้องใช้นิ้วสอดเข้าไปล้างในช่องคลอด
และไม่ต้องสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำหรืออุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
เพราะช่องคลอดสามารถทำความสะอาดตัวเองได้อยู่แล้ว
การสวนล้างบ่อย ๆ กลับทำให้แบคทีเรียดีลดลงและเพิ่มโอกาสเกิดการอักเสบมากขึ้น
แล้วสบู่ล่ะ ใช้ได้ไหม?
บริเวณขาหนีบ หัวหน่าว และผิวหนังด้านนอก ใช้สบู่อาบน้ำตามปกติได้ครับ
แต่บริเวณปากช่องคลอดและเยื่อบุด้านในเป็นส่วนที่บอบบางมาก
หากใช้สบู่แรง ๆ หรือน้ำหอมเข้ม ๆ อาจเกิดอาการแสบ คัน หรือระคายเคืองได้
ดังนั้นถ้าจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่ ควรเลือกชนิดอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม และใช้เท่าที่จำเป็น
ส่วนคนที่ไม่มีปัญหาอะไรเลย ล้างด้วยน้ำสะอาดก็มักเพียงพอแล้วครับ
เรื่องกางเกงในก็สำคัญเหมือนกัน
ผมชอบเปรียบเทียบว่า
เชื้อราไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้หญิงสกปรก
แต่เชื้อราชอบที่อับชื้น
เหมือนเห็ดที่ชอบขึ้นในที่ชื้น ๆ นั่นแหละครับ
ดังนั้นกางเกงในที่เปียกเหงื่อ
ชุดว่ายน้ำที่ใส่นาน ๆ
กางเกงรัดแน่นทั้งวัน
ล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราชอบ
ทางแก้ก็ง่าย ๆ
เปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อเปียกชื้น
เลือกกางเกงในที่ระบายอากาศได้ดี
ซักให้สะอาดและตากแดดเมื่อทำได้
เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดปัญหาได้มากแล้วครับ
ถ้ามีตกขาวผิดปกติควรทำอย่างไร
ตกขาวปกติ
- สีขาวใสหรือขาวนวล
- ไม่คัน
- ไม่แสบ
- ไม่มีกลิ่นแรง
แต่ถ้าเมื่อไรที่เริ่มมี
- สีเขียว
- สีเหลือง
- สีเทา
- กลิ่นเหม็นผิดปกติ
- คันมาก
- แสบ
- ปวด
อันนี้ไม่ใช่เรื่องของความสะอาดอย่างเดียวแล้วครับ
อาจเกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดได้
ซึ่งต่อให้ล้างเก่งแค่ไหนก็ไม่หาย
แบบนี้ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุจะดีที่สุด
น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นจำเป็นไหม?
คำตอบคือ
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนครับ
ถ้าทุกอย่างปกติดี ไม่มีกลิ่น ไม่มีอาการผิดปกติ น้ำสะอาดก็มักเพียงพอแล้ว
น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นไม่ใช่ยาวิเศษ
และไม่ได้ทำให้ช่องคลอดสะอาดกว่าน้ำสะอาดเสมอไป
บางคนใช้แล้วสบายดี
บางคนใช้แล้วแพ้
บางคนใช้แล้วระคายเคือง
ดังนั้นถ้าจะใช้ ควรเลือกชนิดอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม และหยุดใช้ทันทีหากมีอาการแสบหรือคัน
แล้วหลังมีเพศสัมพันธ์ต้องรีบล้างไหม?
ไม่จำเป็นต้องกระโดดลงจากเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีครับ
การล้างภายนอกตามปกติเมื่อสะดวกก็เพียงพอแล้ว
ช่องคลอดสามารถขับสารคัดหลั่งต่าง ๆ ออกมาเองได้ตามธรรมชาติ
สิ่งสำคัญกว่าคือ
หากมีอาการผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์ เช่น ปวด แสบ คัน ตกขาวผิดปกติ หรือมีกลิ่นผิดปกติ ก็ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ
สรุปง่าย ๆ
การดูแลจุ๋มจิ๋มที่ดีที่สุด ไม่ใช่การล้างให้มากที่สุด
แต่เป็นการล้างให้พอดี
ล้างภายนอกอย่างอ่อนโยน
ไม่สวนล้างภายใน
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง
รักษาความแห้งและความสะอาดของเสื้อผ้า
และหากมีตกขาวผิดปกติ คัน แสบ หรือมีกลิ่น ก็ควรพบแพทย์มากกว่าพยายามแก้ไขเอง
เห็นไหมครับ
เกิดเป็นผู้หญิงนี่รายละเอียดเยอะจริง ๆ
แต่อย่างน้อยธรรมชาติก็ไม่ได้ใจร้ายเสียทีเดียว เพราะได้สร้างระบบดูแลตัวเองอันแสนชาญฉลาดเอาไว้ในช่องคลอดตั้งแต่แรกแล้ว
หน้าที่ของเราก็แค่ช่วยดูแลเขาอย่างถูกวิธีเท่านั้นเองครับ
Reference
ACOG, CDC และ Berek & Novak's Gynecology


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น