เรื่องไม่คาวของน้ำคาวปลา
น้ำคาวปลา...ปลาไม่ได้อยู่ในท้อง แล้วมันมาจากไหน?
คุณแม่สมัยใหม่ยุคโลกาภิวัฒน์หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่า "น้ำคาวปลา" กันสักเท่าไร บางคนไม่เคยทำกับข้าวเอง บางคนไม่มีเวลา บางคนเคยลองทำแล้วปรากฏว่าคนในบ้านพร้อมใจกันสั่งอาหารเดลิเวอรีแทน
แต่คุณแม่สมัยก่อนนี่สิครับ ทำกับข้าวกันเองแทบทุกบ้าน
เวลาทำปลาก็ต้องขอดเกล็ด ถอดเหงือก ควักไส้ ล้างเลือดล้างเมือกกันจนเต็มอ่าง น้ำที่ไหลออกมานั้นทั้งแดงเรื่อ ๆ ทั้งมีกลิ่นคาว ๆ คนโบราณก็เลยเรียกว่า "น้ำคาวปลา"
พอหลังคลอดลูกใหม่ ๆ มีเลือดและของเหลวไหลออกมาทางช่องคลอด สีคล้าย ๆ กัน กลิ่นก็มีลักษณะเฉพาะตัวอยู่บ้าง คนโบราณก็เลยยืมคำนี้มาใช้เรียก และเรียกกันต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
แต่ความจริงแล้ว...น้ำคาวปลาของคนเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปลาสักนิดเดียวครับ
แล้วมันมาจากไหนกันล่ะ?
ตอนที่ลูกยังอยู่ในท้อง รกจะเกาะอยู่กับผนังมดลูก ทำหน้าที่เป็นสถานีแลกเปลี่ยนออกซิเจน สารอาหาร และของเสียระหว่างแม่กับลูกตลอดเก้าเดือน
พอลูกคลอดออกมา รกก็จะลอกตัวตามออกมาด้วย
บริเวณที่รกเคยเกาะอยู่จึงเหลือเป็นแผลขนาดใหญ่ภายในโพรงมดลูก เลือดจำนวนหนึ่งจะซึมออกมาจากบริเวณนี้ ขณะเดียวกันเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ก็จะค่อย ๆ ลอกหลุดออกมาด้วย
เลือด น้ำเหลือง เม็ดเลือดขาว มูกจากปากมดลูก และเศษเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมารวมกันนี่เองครับ ที่เราเรียกว่า "น้ำคาวปลา"
หลังคลอดใหม่ ๆ น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสดคล้ายประจำเดือน เรียกว่า Lochia Rubra มักพบในช่วง 2-4 วันแรก
จากนั้นสีจะค่อย ๆ จางลงเป็นสีชมพู สีน้ำตาลแดง หรือสีเหลืองอมน้ำตาล เรียกว่า Lochia Serosa
และเมื่อเวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีขาวขุ่น เรียกว่า Lochia Alba
โดยทั่วไปน้ำคาวปลาจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ และมักหยุดภายใน 4-6 สัปดาห์หลังคลอด แม้ว่าบางรายอาจมีตกขาวสีน้ำตาลหรือสีเหลืองจาง ๆ ติดอยู่ได้นานกว่านั้นเล็กน้อย ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
คุณแม่หลายคนอาจเคยตกใจว่า
"ทำไมตอนนอนอยู่แทบไม่มีอะไรออกเลย แต่พอลุกขึ้นจากเตียง เลือดไหลพรวดออกมาเป็นทาง?"
บางคนตกใจจนคิดว่าตัวเองกำลังตกเลือดหลังคลอด
ความจริงแล้วส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องอันตรายครับ
ขณะที่เรานอนราบ เลือดและน้ำคาวปลาสามารถค้างอยู่ภายในช่องคลอดได้ พอเปลี่ยนเป็นท่านั่งหรือยืน ของเหลวเหล่านี้ก็ไหลออกมาพร้อมกัน จึงดูเหมือนออกเยอะผิดปกติ
โดยเฉพาะหลังจากนอนหลับมาทั้งคืน พอลุกจากเตียงตอนเช้า บางคนถึงกับต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่โดยรวมแล้วปริมาณน้ำคาวปลาควรจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน
คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติและคุณแม่ที่ผ่าคลอดอาจมีปริมาณน้ำคาวปลาแตกต่างกันได้บ้าง
บางรายที่ผ่าคลอดอาจรู้สึกว่าน้ำคาวปลาออกน้อยกว่า หรือหมดเร็วกว่าที่คาดไว้ ขณะที่บางรายก็ออกพอ ๆ กับคนที่คลอดธรรมชาติ
ดังนั้นน้ำคาวปลาจะมากหรือน้อยจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับแนวโน้มว่า "ต้องค่อย ๆ ลดลง"
แต่คนไทยเราก็เป็นห่วงเรื่องนี้กันมานาน
พอน้ำคาวปลาออกน้อยหน่อย ก็เริ่มกังวลว่าเลือดจะค้างอยู่ข้างใน
บางคนไปหายาขับน้ำคาวปลา ยาหม้อ ยาดองเหล้า หรือสูตรลับประจำตระกูลมากินกันสารพัด
ทั้งที่จริงแล้ว น้ำคาวปลาไม่ใช่ของเสียที่ต้องรีบขับออกมาให้หมด
มันเป็นเพียงกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของร่างกาย
ออกน้อยแต่ลดลงเรื่อย ๆ ก็ถือว่าปกติ
ออกมากแต่ลดลงเรื่อย ๆ ก็ยังถือว่าปกติ
ดังนั้นการพยายามหาวิธีให้มันออกเยอะ ๆ จึงไม่ได้มีประโยชน์อะไรเป็นพิเศษ
บางครั้งกลับเพิ่มความเสี่ยงเสียด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะยาดองเหล้า
เพราะแอลกอฮอล์สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้
ลูกน้อยที่ควรจะตื่นมาสำรวจโลก เรียนรู้ใบหน้าพ่อแม่ และฝึกพัฒนาการตามวัย อาจกลายเป็นเด็กง่วงซึม หลับมากผิดปกติแทน
เลี้ยงง่ายขึ้นก็จริง
แต่ไม่ใช่เพราะลูกแข็งแรงขึ้นนะครับ...
เป็นเพราะลูกกำลังได้รับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ต่างหาก
ส่วนคุณแม่อีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ยินมาว่าต้องเอากระเป๋าน้ำร้อนมาประคบท้อง เพื่อช่วยขับน้ำคาวปลา
ความจริงแล้วกระเป๋าน้ำร้อนอาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยหรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องได้บ้าง
แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าช่วยขับน้ำคาวปลาหรือช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
ดังนั้นถ้าจะใช้ก็ใช้เพื่อความสบายครับ
ไม่ใช่ใช้เพื่อเร่งให้น้ำคาวปลาออก
แล้วเมื่อไรจึงจะเรียกว่าผิดปกติ?
หลักง่าย ๆ คือ น้ำคาวปลาควรค่อย ๆ จางลง และค่อย ๆ ลดปริมาณลง
ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วยังแดงสดเหมือนวันแรก หรือกลับมาแดงสดอีกครั้งหลังจากที่จางลงแล้ว อันนี้เริ่มไม่น่าไว้วางใจ
หรือถ้าเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ซ้ำ ๆ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีไข้ ปวดท้องน้อยมากขึ้น เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือใจสั่น
อย่างนี้ควรรีบกลับมาพบแพทย์
เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในโพรงมดลูก มีเศษรกค้าง หรือภาวะตกเลือดหลังคลอดได้
สรุปง่าย ๆ ก็คือ
น้ำคาวปลาเป็นเรื่องธรรมชาติของคุณแม่หลังคลอดทุกคน
มันไม่ใช่ของเสีย ไม่ใช่พิษ ไม่ใช่เลือดเสียที่ต้องรีบขับออกมา
หน้าที่ของมันมีเพียงอย่างเดียว
คือบอกให้เรารู้ว่า...มดลูกกำลังซ่อมแซมตัวเองหลังจากทำงานหนักมาตลอดเก้าเดือน
ดังนั้นถ้ามันค่อย ๆ ลดลงทุกวัน ก็ถือว่าร่างกายกำลังเดินมาถูกทางแล้วครับ
Reference
Williams Obstetrics, 26th Edition, Chapter 36: The Puerperium
Creasy & Resnik's Maternal-Fetal Medicine, 9th Edition
Cunningham FG. Postpartum Physiology
ACOG Practice Bulletin: Postpartum Hemorrhage


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น